จากแบรนด์ eSIM สู่แอป และรายได้จากการทำ Affiliate ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง: เรื่องราวของ TripTripGo

Mike Cole Mike Cole
Updated:
Reading time:  2  min.
0
0

ไม่ใช่ว่านักเดินทางทุกคนจะหลงทาง และก็ไม่ใช่ว่าคนที่สร้างรายได้อย่างมากจากการทำ Affiliate จะมีบล็อกแบบธรรมดา

An eSIM brand, an app, and a growing affiliate revenue: the TripTripGo case

ลองนึกภาพดูว่า คุณสามารถสร้างรายได้ Affiliate ได้โดยไม่ต้องโพสต์รูปพระอาทิตย์ตกแม้แต่รูปเดียว

ใครบอกว่าธุรกิจท่องเที่ยวต้องมีแค่เว็บไซต์หรือบล็อกรีวิว? TripTripGo แบรนด์ท่องเที่ยวจากฮ่องกงที่เลือกเดินอีกทาง โดยเริ่มจากการทำแบรนด์ eSIM เป็นของตัวเอง แล้วยังต่อยอดไปสู่ธุรกิจอีกหลายด้าน ทั้งการจองโรงแรมและทัวร์ผ่าน Affiliate บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับชาวฮ่องกง ไปจนถึงแอปพลิเคชั่น TripTripGo ของตัวเอง

TripTripGo ไม่ใช่แค่บล็อกท่องเที่ยว และก็ไม่ได้เป็นแค่เว็บขายของทั่วไป ที่สำคัญรายได้จากการทำ Affiliate ต่อเดือนที่กำลังแตะเลข 5 หลัก ซึ่งบอกได้เลยว่าธุรกิจของเขากำลังไปได้สวยเลยทีเดียว

มาดูกันว่า TripTripGo มีเส้นทางธุรกิจอย่างไร สร้างรายได้ผ่าน Travelpayouts ได้แบบไหน และมีบทเรียนอะไรจากประสบการณ์ที่พวกเขาอยากแบ่งปันให้พาร์ทเนอร์คนอื่นๆได้อ่านบ้าง

จุดเริ่มต้นของทุกทริปคือการเชื่อมต่อ

Edward ได้เปิดตัว TripTripGo ในปี 2024 โดยมีแรงบันดาลใจจากไอเดียง่ายๆที่เขาได้สังเกตเห็น:

เรารู้สึกว่าการวางแผนเที่ยวตอนนั้นยังยุ่งยากอยู่ เพราะนักท่องเที่ยวต้องซื้อเน็ตจากที่นึง จองโรงแรมอีกที่นึง แล้วก็ไปหากิจกรรมจากอีกแพลตฟอร์มนึง เราเลยคิดว่า น่าจะมีวิธีที่ทำให้ทุกอย่างมาอยู่ด้วยกันได้ในที่เดียว จะได้วางแผนเที่ยวกันง่ายขึ้น

เป้าหมายใหญ่แบบนี้ แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ? สุดท้ายพวกเขาก็เลือกเริ่มที่จะทำ eSIM หรือแพ็กเกจเน็ตแบบดิจิทัลที่ไม่ต้องใช้ซิมการ์ดจริงก่อน เพราะเรื่องเน็ตเนี่ยแหละ คือสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวต้องใช้ ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน จากนั้นเว็บไซต์ก็ค่อยๆ ต่อยอดไปช่วยเรื่องอื่นๆเกี่ยวกับการเดินทางมากขึ้น

เริ่มทำ eSIM จากศูนย์เลย

TripTripGo เริ่มขายแพ็กเกจเน็ตของเจ้าอื่นก่อน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจลงมือทำ eSIM เป็นของตัวเอง

ถ้าคุณคิดว่าแค่ทำเว็บไซต์ท่องเที่ยวก็ปวดหัวมากพอแล้ว แต่คุณรู้ไหมว่า การทำ eSIM เองนี่ยิ่งกว่าอีก มาดูว่าพวกเขาต้องเจออะไรบ้าง:

  • ต้องสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ
  • ตรวจสอบว่าเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง
  • จัดการเรื่องราคา การจัดเตรียมระบบ และการใช้งาน
  • จัดการเรื่องการชำระเงิน
  • การทำทีมซัพพอร์ตลูกค้า

ขั้นตอนกระบวนการทำค่อนข้างซับซ้อน – และอย่างที่ Edward ได้พูดไว้ “ส่วนที่ยากที่สุดคือการที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวมาพบกับความยุ่งยากพวกนี้” ยังไงก็ตาม สิ่งที่ได้ทำก็คุ้มค่ามาก

เราอยากมีความสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าของเราโดยตรง และอยากดูแลประสบการณ์ของพวกเขาเองทั้งหมด ถ้าเราเอาของเจ้าอื่นมาโปรโมท เราก็ไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรเลย ว่าจะขายแพ็กเกจยังไง ตั้งราคาเท่าไร ดูแลลูกค้ายังไง ไปจนถึงจะปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้น

ซื้อ eSIM จาก TripTripGo ไปเกาหลีใต้

ทีมเล็ก…แต่ไปได้ไกล

ค่อยๆทำไปทีละนิด จากที่เป็นตลาดกลางขายของ TripTripGo กลายมาเป็นผู้ให้บริการเองได้สำเร็จ

เราใช้วิธีค่อยๆ พัฒนาไปทีละสเต็ป คอยฟังว่าลูกค้าเจอปัญหาอะไรบ้าง แล้วเขียนวิธีการซื้อกับวิธีการติดตั้งให้ชัดที่สุด

ทุกวันนี้มีทราฟฟิกเดือนละประมาณ 3 แสน เมื่อเทียบกับสองปีที่แล้วที่มีแค่ประมาณหมื่นเดียว ส่วนแอปก็มีคนดาวน์โหลดไปเกินหมื่นแล้ว

ภาษาหลักของ TripTripGo คือภาษาจีนตัวเต็มหรือจีนกวางตุ้ง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มาจากฮ่องกง นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมเที่ยวในแถบเอเชียแปซิฟิกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน หรือไทย ส่วนเว็บไซต์ก็มีภาษาจีนกลางไว้สำหรับคนจีนกลุ่มอื่น และมีภาษาอังกฤษสำหรับตลาดอื่นๆด้วย

พอ TripTripGo เติบโตขึ้น ทางทีมก็ได้ขยายเป็นสี่ฝ่าย โดยแบ่งหน้าที่กันคร่าวๆ ดังนี้

  • โปรดักส์หรือสินค้าและระบบหลังบ้าน
  • คอนแทนต์และการทำ SEO
  • การตลาด
  • ดูแลลูกค้าและพาร์ทเนอร์

แต่ในความเป็นจริงงานมันทับซ้อนกันอยู่ เพราะพวกเขามีทีมที่เล็ก และเมื่อลูกค้าให้ฟีดแบ็กมาแค่เรื่องเดียว ก็สามารถเอาไปปรับปรุงได้หลายจุด

ยังมีอะไรให้ขายอีกเพียบ…

นอกจาก eSIM แล้ว ผู้ใช้สามารถค้นหาโรงแรมกับกิจกรรมท่องเที่ยวได้อีกด้วย และจองผ่านแบรนด์พาร์ตเนอร์ได้เลย ส่วนข้อมูลจากการซื้อ eSIM ก็ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจได้ว่าจะเพิ่มดีล Affiliate ตัวไหน

เราจะดูคำถามที่ลูกค้าถามเข้ามา ปลายทางที่ผู้ใช้ซื้อ eSIM เพิ่มขึ้น ช่วงไหนของปีที่คนเข้าเว็บเยอะ โรงแรมกับกิจกรรมที่พาร์ตเนอร์มีให้จอง และคำที่ผู้ใช้ค้นหามากขึ้น ถ้าลูกค้าซื้อ eSIM ปลายทางไหนมากขึ้น นั่นก็อาจเป็นสัญญาณว่าเราต้องทำไกด์แนะนำโรงแรมกับกิจกรรมของที่นั่นให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

แนวคิดเรื่องการเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณก็ใช้กับไกด์เที่ยวด้วยเหมือนกัน Edward บอกว่า “เป้าหมายคือลิสต์รายการสั้นๆที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่การเอาลิสต์รายการยาวๆให้ดูแบบไม่รู้จบ”

กิจกรรมที่ TripTripGo มีให้เลือกในโตเกียว

แต่อย่างไรก็ตาม eSIM ก็เป็นหัวใจหลักของธุรกิจ เพราะมันเป็นสินค้าที่ใช้ชื่อ TripTripGo และทางทีมพัฒนามันเองโดยตรง ส่วนหน้าเว็บเพจโรงแรมกับกิจกรรมต่างๆก็สร้างรายได้เพิ่มในรูปแบบ Affiliate แต่ทีมให้นักท่องเที่ยวรู้จักเว็บไซต์ก่อนที่ให้พวกเขาตัดสินใจที่ซื้อแพ็กเกจเน็ต

… ดูแลพาร์ทเนอร์เพิ่มขึ้น

TripTripGo ได้เริ่มการหารายได้กับการทำ Affiliate หลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน และพอเว็บเติบโตขึ้น ปริมาณงานก็เพิ่มขึ้นตามกันก็กลายเป็นภาระงานที่หนัก

ทีมเราค่อนข้างเล็ก การที่ทำงานกับพาร์ทเนอร์ ทำลิงก์ ไล่ดูว่ายอดมาจากไหน และยังต้องทำรายงานอีก ถ้าทำแยกกันทีละอย่าง ก็จุกจิกและยุ่งยาก

ทีมเลยมองหาทางลดภาระงานพวกนี้ บริษัทก็ได้เลือกใช้ Travelpayouts ในปี 2026

เราหาวิธีในการหารายได้ที่ทำได้จริงของขั้นตอนต่างๆในการเดินทาง โดยไม่ต้องสร้างระบบเชื่อมต่อทางธุรกิจและทำรายงานแยกให้พาร์ทเนอร์ทุกเจ้า สิ่งที่เราต้องการคือการเข้าถึงแบรนด์ท่องเที่ยวที่หลากหลายและช่องทางสร้างรายได้ในแพลตฟอร์มเดียว อีกอย่างคือ Travelpayouts ให้เราทดลองได้ว่าสินค้าและแบรนด์ท่องเที่ยวไหนที่เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ของเรา พร้อมรายงานที่เต็มไปด้วยข้อมูลและการเข้าถึง API ทำให้เรามองเห็นภาพชัดขึ้นและยืดหยุ่นขึ้นด้วย

ภายในเดือนเดียวก็เริ่มมีคนจองแล้ว และไม่นานทีมก็เห็นได้ชัดว่าเจอแหล่งรายได้ที่ทำซ้ำได้จริง ทีมสามารถเชื่อมโยงได้ว่าทราฟฟิกกับตำแหน่งลิงก์ไหนทำให้เกิดยอดซื้อ แล้วเอาข้อมูลตรงนี้ไปพัฒนาโปรดักส์ต่อ

ผลที่ได้คือ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 TripTripGo มีรายได้โดยเฉลี่ยจาก Travelpayouts (ที่ยืนยันแล้วและที่ยังรออยู่) ใกล้จะถึงห้าหลักแล้ว และประมาณ 75% ของรายได้นี้มาจาก Drive ระบบหารายได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

แพลนสำหรับปีต่อไป

ถ้าเป็นไปตามแผนใน 2 ปีถัดไป TripTripGo จะทำคอนเทนต์และทดลองร่วมงานกับแบรนด์พาร์ทเนอร์ใหม่ๆ แต่ไม่ได้หยุดแค่นั้น ทีมยังอยากลงลึกกับสิ่งที่ทำอยู่ ทั้งพัฒนา eSIM ให้ดีขึ้น เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอป และพัฒนาระบบ Structured Data ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเว็บไซต์

เราเน้นให้ทุกบริการเชื่อมต่อกันอย่างลงตัว มากกว่าการเพิ่มฟีเจอร์ไปเรื่อยๆเพื่อให้เว็บไซต์ดูใหญ่ขึ้น

สิ่งที่ทีมยังให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือการแก้ปัญหาที่นักท่องเที่ยวเจอจริงๆ โดยเน้นคุณภาพแทนที่จะทำให้มันเยอะ

TripTripGo แสดงให้เห็นว่า รายได้ Affiliate ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บล็อกท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ถ้าคุณมีไอเดียและมุ่งมั่นมากพอ ก็สามารถสร้างสินค้าที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบได้เหมือนกัน ลองเอาเรื่องราวนี้ไปเป็นแรงบันดาลใจ แล้วลงมือทำตามฝันของคุณ เพราะเรื่องราวความสำเร็จต่อไปที่เราอยากเล่า อาจเป็นเรื่องของคุณก็ได้!

โบนัส: สร้าง วัดผล ปรับให้เข้ากับตลาด — เคล็ดลับจาก TripTripGo

พวกเราได้ไปถาม Edward และทีมผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ว่า มีคำแนะนำอะไรอยากฝากถึงพาร์ทเนอร์คนอื่นๆบ้าง มาดูกันว่าพวกเขาแนะนำอะไร:

  1. แก้ไขปัญหาที่นักท่องเที่ยวเจอจริงๆ ไม่ไล่ตามทราฟฟิก ทำสินค้าที่ผู้คนอยากใช้โดยไม่มีลิงก์ Affiliate
  2. วัดผลลัพธ์ที่ได้ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เราหวังจะเริ่มทำให้เร็วกว่านี้ เพราะเมื่อธุรกิจกำลังเติบโต เรามักจะให้ความสำคัญกับการเพิ่มหน้าเว็บและเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่การทำความเข้าใจว่าผู้ใช้เข้ามาจากไหน ต้องการอะไร คลิกอะไร และธุรกรรมไหนที่เปลี่ยนเป็นยอดขายได้จริงนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ควรวัดทั้งอัตราการเปลี่ยนเป็นยอดขายและการกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ใช่แค่จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
  3. โดยเฉพาะบล็อกเกอร์ที่ทำตลาดในภูมิภาค APAC: ควรปรับเนื้อหาให้เข้ากับภาษา สกุลเงิน แพลตฟอร์ม และความคาดหวังของแต่ละตลาด ต้องปรับให้เข้ากับท้องถิ่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่แปลภาษา เช่น ผู้ใช้ภาษาจีนกวางตุ้งในฮ่องกงอาจใช้ถ้อยคำเดียวกันแต่แตกต่างจากผู้อ่านภาษาจีนกลาง ขณะที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ใช้ภาษาอังกฤษก็มักมาจากตลาดที่หลากหลายมากกว่า